ทำความรู้จักกับประเภทเครื่องกรองน้ำดื่ม และข้อดีข้อเสียของแต่ละระบบ

ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคแห่งชาติสหรัฐฯ (Centers for Disease Control and Prevention – CDC) ได้ทำการตรวจสอบความสะอาดและความปลอดภัยของน้ำก๊อกในทุกประเทศทั่วโลก สำหรับในทวีปเอเชีย พบว่ามีเพียง 6 ประเทศ ได้แก่ บรูไน ฮ่องกง อิสราเอล สิงคโปร์ ญี่ปุ่น และเกาหลีใต้เท่านั้นที่ CDC การันตีว่ามีน้ำก๊อกที่ปลอดภัยและสะอาดพอที่จะดื่มได้ ดังนั้น สำหรับน้ำก๊อกในประเทศไทยเองนั้นควรจะต้องผ่านกระบวนการกรองสารปนเปื้อนต่าง ๆ ที่เป็นอันตรายกับร่างกายด้วยเครื่องกรองน้ำก่อนที่จะนำมาบริโภค ซึ่งทุกท่านอาจคุ้นเคยกับภาพเครื่องกรองน้ำดื่มหน้าตาคล้าย ๆ กันที่ติดตั้งกันทั่วไปในห้องครัว แต่จริง ๆ แล้วระบบกรองน้ำนั้นสามารถแบ่งได้เป็น 3 ประเภท ดังนี้

  • เครื่องกรองน้ำระบบ RO (Reverse Osmosis)

มีประสิทธิภาพในการกรองสูง สามารถกรองสิ่งสกปรก แบคทีเรีย ไวรัส และสารปนเปื้อนต่าง ๆ ได้ สามารถใช้กรองน้ำเค็มเป็นน้ำจืดได้ 99.99% ทำให้ได้น้ำที่มีความสะอาดบริสุทธิ์มาก มักเป็นเครื่องกรองน้ำแบบ 5-6 ขั้นตอน แต่ข้อเสียคือจะกรองแม้แต่แร่ธาตุดีที่อยู่ในน้ำออกไปด้วย มีราคาค่อนข้างสูง และบำรุงรักษาค่อนข้างยุ่งยาก เป็นระบบที่ต้องใช้แรงดันในการดันน้ำผ่านชั้นกรอง ต้องอาศัยปั๊มน้ำช่วยในการกรอง แต่ก็เป็นระบบกรองน้ำที่ดีที่สุดเช่นเดียวกัน

  • เครื่องกรองน้ำระบบ UV (Ultra Violet)

นอกจากจะสามารถกรองสิ่งสกปรกและเชื้อโรคได้ตามมาตรฐาน โดยเหลือแร่ธาตุที่จำเป็นและมีประโยชน์ต่อร่างกายไว้ได้แล้ว เครื่องกรองน้ำประเภทนี้ยังมีการใส่ระบบรังสีอัลตราไวโอเลตเข้ามาเพื่อช่วยฆ่าเชื้อโรคทั้งแบคทีเรียและไวรัส จึงสามารถกรองสิ่งปนเปื้อนและฆ่าเชื้อโรคไปในตัว ข้อดีคือสามารถเปลี่ยนไส้กรองได้ด้วยตนเองและทำความสะอาดไม่ยาก กรองได้รวดเร็ว ข้อเสียคือหากเป็นน้ำที่มีตะกอนเยอะ เครื่องกรองน้ำระบบ UV อาจจะยังไม่พอ

  • เครื่องกรองน้ำระบบ UF (Ultra Filtration)

เครื่องกรองน้ำที่พัฒนามาจากระบบ UV ประกอบด้วยกระบวนการกรองน้ำตั้งแต่ 4-5 ขั้นตอน โดยมีการเพิ่มไส้กรองสำหรับกำจัดแบคทีเรียที่มีลักษณะคล้ายเส้นใยสังเคราะห์ความละเอียดสูงเข้ามา สามารถกรองสิ่งแปลกปลอม เชื้อจุลินทรีย์ ไวรัส แบคทีเรีย และโปรโตซัวได้ทุกชนิด อีกทั้งสารที่นำมาใช้การกรองแต่ละชั้นยังสามารถกรองคลอรีน โลหะหนัก และแก้น้ำกร่อยได้ ข้อดีคือสามารถคงแร่ธาตุในน้ำดื่มเอาไว้ได้ครบถ้วน เปลี่ยนไส้กรองได้ง่าย และมีค่าใช้จ่ายในการดูแลรักษาที่น้อยกว่าเครื่องกรองน้ำประเภทอื่น แต่ไม่สามารถนำไปใช้กับน้ำบาดาลได้และต้องทำความสะอาดอย่างสม่ำเสมอ

 

วิธีเลือกซื้อเครื่องกรองน้ำ

แม้เครื่องกรองน้ำจะผลิตขึ้นมาเพื่อช่วยกรองน้ำให้สะอาด แต่ก็มีประสิทธิภาพต่างกันออกไปในแต่ละระบบ ในการเลือกซื้อเครื่องกรองน้ำสามารถพิจารณาตามปัจจัยดังต่อไปนี้

  1. ลักษณะของน้ำที่จะนำมากรอง

สำหรับในเขตเมืองที่เป็นน้ำประปาสามารถใช้เครื่องกรองน้ำได้ทุกชนิด แต่สำหรับบางพื้นที่ที่อาจต้องใช้น้ำประปาหมู่บ้าน น้ำบาดาล น้ำบ่อ น้ำฝน จะมีสารปนเปื้อนมากกว่า ดังนั้นก็ควรเลือกใช้เครื่องกรองน้ำและไส้กรองประสิทธิภาพสูงที่สามารถกรองสิ่งเจือปนได้มากกว่า

  1. คุณภาพของเครื่องกรองน้ำ

เครื่องกรองน้ำดื่มที่ดีควรผ่านการรับรองมาตรฐาน NFS หรือ ISO 9001 ซึ่งจะช่วยการันตีถึงมาตรฐานการผลิต ทำให้สามารถมั่นใจได้ในคุณภาพสินค้า หรือหากได้รับการรับรองจากสมาคมคุณภาพน้ำดื่มจากสหรัฐอเมริกา (Water Quality Association - WQA) หรือมาตรฐานจากประเทศไทย เช่น Thailand Trusted Mark (T Mark) เป็นต้น ก็จะยิ่งมั่นใจได้ยิ่งขึ้น

  1. การรับประกัน บริการหลังการขาย และศูนย์บริการ

เรื่องสำคัญที่ละเลยไม่ได้เลยก็คือการรับประกัน การบริการหลังการขาย และศูนย์บริการที่ครอบคลุมในพื้นที่ที่คุณอยู่ เพราะหากซื้อเครื่องกรองน้ำไปแล้ว และเกิดมีปัญหาระหว่างใช้งานก็จะได้รับความสะดวกในการซ่อมแซม เปลี่ยนอะไหล่ หรือไส้กรองได้ง่ายและรวดเร็ว โดยไม่มีค่าใช้จ่ายให้ต้องหนักใจ

 

บี.ซี.แอร์ ซัพพลายแอนด์เซอร์วิส อาณาจักรเครื่องกรองน้ำราคาถูก ปลีกและส่ง หลากหลายยี่ห้อ อาทิ เครื่องกรองน้ำเพียว เครื่องกรองน้ำเซฟ พร้อมจำหน่ายอะไหล่เครื่องกรองน้ำ ไส้กรองน้ำ ราคาถูก พร้อมบริการให้คำปรึกษา ออกแบบ ติดตั้ง และจัดส่งทั่วประเทศ เครื่องกรองน้ำราคาถูกที่สุด มีระบบให้เลือกหลากหลายตามการใช้งาน สินค้าใหม่แกะกล่องทุกชิ้น พร้อมบริการติดตั้งฟรีทั่วกรุงเทพฯ และปริมณฑล มั่นใจได้ในคุณภาพด้วยการรับประกันการติดตั้ง พร้อมผ่อนจ่ายได้แบบสบายกระเป๋าด้วยโปรโมชั่น 0% นานสูงสุดถึง 12 เดือน

Visitors: 115,443